ภาษา : 
 


เจลสมุนไพร เฮอร์บอร์ก


 

 เจล เฮอร์บอร์ค

 

 

เจลทาแผล

การสมานแผล (wound healing, wound repairเป็นกระบวนการซับซ้อนซึ่งผิวหนังหรืออวัยวะอื่นทำการซ่อมแซมตัวเอง หลังจากได้รับบาดเจ็บ ในผิวหนังปกติชั้น epidermis  และ dermis จะอยู่ในสมดุลสถิตตลอดเวลาเพื่อสร้างเกราะกำบังป้องกันร่างกายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เมื่อเกราะป้องกันนี้ถูกทำลายจะมีกระบวนการทางสรีรวิทยาปกติเพื่อทำการรักษาบาดแผลเกิดขึ้นทันที ตัวแบบคลาสสิกของการสมานแผลแบ่งออกเป็นสามหรือสี่ระยะซึ่งค่อนข้างซ้อนทับกัน ระยะที่ (1) คือระยะการหยุดของเลือด (hemostasis) (2) การอักเสบ (inflammatory) (3) การเจริญ (proliferative) และ (4) การปรับรูปร่าง (remodeling) เมื่อเกิดมีการบาดเจ็บของผิวหนังจะมีเหตุการณ์ทางชีวเคมีอันซับซ้อนเกิดขึ้นเป็นขั้นตอนที่สอดรับกันอย่างดีเพื่อรักษาบาดแผลภายในไม่กี่นาทีหลังได้รับบาดเจ็บเกล็ดเลือดจะมารวมตัวกันที่บริเวณบาดแผลเพื่อสร้างเป็น fibrin clotโดย clot นี้จะทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้เลือดไหล

ในระยะการอักเสบ แบคทีเรียและเศษเซลล์จะถูกจับกินและกำจัดทิ้ง มี factor หลายอย่างถูกปล่อยออกมาทำให้มีการย้ายที่และการแบ่งตัวของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระยะการเจริญ

ในระยะเจริญมีลักษณะเฉพาะคือการสร้างหลอดเลือดใหม่ (angiogenesisการวางตัวของคอลลาเจน (collagen deposition) การสร้างเนื้อเยื่อแกรนูเลชัน (granulation tissue formation) การสร้างเนื้อเยื่อบุผิว (epithelialization) และการหดรั้งตัวของบาดแผล (wound contraction)  ในการสร้างหลอดเลือดใหม่จะมีการสร้างหลอดเลือดขึ้นมาใหม่จากเซลล์เยื่อบุผิวหลอดเลือด ใน fibroplasia และgranulation tissue formation นั้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์จะเจริญและสร้าง extracellular matrix ขึ้นมาใหม่โดยการหลั่ง collagen และ fibronectin ในขณะเดียวกันเยื่อบุผิวจะมีการสร้างเยื่อบุผิวขึ้นใหม่โดยเซลล์เยื่อบุผิวจะเจริญและ "คืบคลาน" มาอยู่เหนือก้นแผล เป็นการปกป้องเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างขึ้นใหม่

ในการหดรั้งของบาดแผล บาดแผลจะมีขนาดเล็กลงเป็นผลจาก myofibroblast ซึ่งทำให้เกิดการหดตัวที่ขอบแผลและหดตัวเองลงด้วยกระบวนการคล้ายคลึงกับการหดตัวของเซลล์กล้ามเนื้อเรียบ เมื่อบทบาทของเซลล์เหล่านี้ยุติลงจะเกิดกระบวนการ apoptosis เพื่อทำลายตัวเอง

ในขั้นตอนการเจริญเต็มที่และปรับรูปร่างของบาดแผล collagen จะมีการปรับรูปร่างและจัดเรียงตำแหน่งใหม่ตามแนวแรงตึง เซลล์ที่หมดหน้าที่จะทำลายตัวเองด้วยกระบวนการ apoptosis

อย่างไรก็ดี กระบวนการเหล่านี้ซับซ้อนและเปราะบางอย่างมาก มีโอกาสถูกขัดจังหวะทำให้เกิดการล้มเหลวของการสมานแผลกลายเป็นบาดแผลที่ไม่หายเรื้อรังได้ ปัจจัยที่อาจมีส่วน เช่น เบาหวาน โรคหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง อายุมาก และการติดเชื้อเป็นต้น

สำหรับน้ำสกัดคาวตองหรือน้ำหมักสมุนไพรพลูคาวมีสรรพคุณในการลดอาการผื่นแพ้ คันและช่วยสมานแผล เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติหลายชนิดโดย รวมทั้งสารที่มีคุณสมบัติคล้ายสารปฏิชีวนะ(Antibiotic)  สารที่มีประโยชน์มากกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าสารแบคทีริโอซิน(Bacteriocin) ซึ่งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโทษ ที่เกิดขึ้นหลายชนิดในขบวนการหมักเช่น แอซิโดซิน(acidocin),แอซิโดฟิลลิน(acidophilin), บัลการิแคน(balgarican), แลคโตซิลิน(lactocilin) และไนซิน(nicin) ซึ่งสารแบคทีริโอซินเหล่านี้สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโทษต่อร่างกายเช่น เชื้อที่ทำให้เจ็บคอ เชื้อที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง(Helicobacter pylori)เชื้อที่เกิดตามผิวหนังที่ทำให้เป็นแผลพุพองเรื้อรังและดื้อต่อยาปฏิชีวนะ (methicillin-resistant Staphylococcus aureus (MRSA)), เชื้อที่ทำให้ท้องร่วง(Escherichia coliSalmonellaListeria ,Shigella และเชื้อที่ทำให้เกิดเหม็นเน่า ( Clostridium perfringensทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง รวมทั้งบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ โดยช่วยการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด macrophages และ T-cells นอกจากนี้ในน้ำหมักพลูคาวยังประกอบด้วยยีสต์Saccharomyces cerevisiae ที่ผนังเซลล์มีสารเบต้ากลูแคนที่เป็นน้ำตาลหลายโมเลกุล(Polysaccharide)เป็นโครงสร้างหลัก สารเบต้ากลูแคนที่พบในน้ำหมักพลูคาวนี้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นสะเต็มเซลล์(Stem cell)ที่ไขกระดูกให้ออกมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเสียหายหรืออวัยวะที่มีการอักเสบได้ดี โดยเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด macrophages จะกลืนกินสารเบต้ากลูแคน เอ็นไซม์ที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด macrophages  จะย่อยสลายสารเบต้ากลูแคนที่เป็นสายโซ่โมเลกุลยาว ให้กลายเป็นชิ้นส่วน(Fragment)สั้นๆ หลังจากนั้นเม็ดเลือดขาวชนิด macrophages จะพาชิ้นส่วนของเบต้ากลูแคนที่เกิดขึ้น ไปยังไขกระดูกและกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตสะเต็มเซลล์มากขึ้น สะเต็มเซลล์เป็นเซลล์หน่วยสำรองที่ร่างกายใช้เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ผิดปกติและอักเสบ สะเต็มเซลล์จะเข้าไปทำหน้าที่ตรงส่วนที่มีการอักเสบมากที่สุดก่อน โดยร่างกายส่วนที่มีการบาดเจ็บและอักเสบจะปลดปล่อยโมเลกุลชนิดพิเศษออกมา เพื่อใช้เป็นสัญญานขอความช่วยเหลือจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อสารเบต้ากลูแคนชิ้นส่วนเล็กๆดังกล่าวนี้ก็คือ สะเต็มเซลล์ที่เกิดขึ้นนั่นเอง การทาเจลที่มีส่วนผสมของน้ำพลูคาวสกัดที่มีสารเบต้ากลูแคนผสมอยู่ตรงบริเวณที่แผลเปิด ซึ่งมีเม็ดเลือดขาวทุกชนิดมารวมตัวกันในการรักษาบาดแผล จะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด macrophages กลืนเอาเบต้ากลูแคน ย่อยสลายให้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำเข้าสู่ไขกระดูกทางเส้นเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ในไขกระดูกตลอดเวลา แล้วกระตุ้นให้มีการผลิตสะเต็มเซลล์ออกมาจากไขกระดูกมากขึ้น เมื่อสะเต็มเซลล์จากไขกระดูกได้รับสัญญานขอความช่วยเหลือผ่านโมเลกุลชนิดพิเศษที่ส่งมาจากบริเวณเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บและเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง สะเต็มเซลล์ก็จะเดินทางเข้าไปเกาะ(Homing)กับเซลล์ที่บาดเจ็บ สะเต็มเซลล์มีคุณสมบัติในการแบ่งตัวได้ไม่รู้จบ จึงเปลี่ยนแปลงตัวเอง(Differentiate) ให้เป็นเซลล์ปกติอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดเซลล์ที่เสียหายก็ได้รับการซ่อมแซมจนหมดและแผลก็หายเป็นปกติ จากการทดสอบเจลที่มีส่วนผสมของน้ำพลูคาวสกัดผู้ประดิษฐ์พบว่า การใช้เจลทาแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรงระดับสอง ที่ผิวหนังกำพร้าพองเป็นน้ำ ซึ่งลักษณะแผลที่เกิดขึ้น แพทย์ลงความเห็นว่าน่าจะใช้เวลารักษาไม่น้อยกว่าสองเดือน แต่การใช้เจลที่พัฒนาขึ้นมาตามแนวคิดดังกล่าวข้างต้น ก็สามารถรักษาแผลดังกล่าวให้หายได้ในเวลาเพียง 23 วันเท่านั้น การพัฒนาการของการหายของบาดแผลก็ต่างจากที่พบได้จากการรักษาแผลของแพทย์แบบแผน โดยจะเห็นการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อใหม่โดยไม่มีสีขาวปนเขียวที่เป็นเซลล์ที่ตายของเม็ดเลือดขาวต่างๆ โดยเฉพาะแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่เป็นแผลรักษายากและหายช้า เนื่องจากเนื้อเยื่อและเส้นเลือดฝอยถูกทำลายจากความร้อน เจลที่ผสมน้ำพลูคาวสกัดและเกลือสังกะสีหลายชนิดจากการประดิษฐ์นี้ จะทำให้ร่างกายสร้างหลอดเลือดฝอยขึ้นมาใหม่พร้อมกับเนื้อเยื่อใหม่ ผู้ประดิษฐ์พบว่า แผลที่เริ่มดีขึ้นก่อนหายนั้นมีการสร้างเส้นเลือดฝอยเกิดขึ้นใหม่อย่างมากมายและต่อเนื่อง มองเห็นเนื้อเยื่อด้วยตาเปล่าก่อนการสร้างผิวใหม่จะมีสีชมพูระเรื่อ เมื่อใช้แว่นขยายส่องมองผิวหนังโดยละเอียด ก็จะพบเส้นเลือดเกิดใหม่กระจายทั่วแผล ไม่มีน้ำเหลืองซึมมากเป็นเวลานานเหมือนที่พบเห็นในการรักษาด้วยวิธีปกติในการแพทย์แบบแผนทั่วไป

ธาตุสังกะสี เป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นในปฏิกิริยาของเอ็นไซม์ในร่างกายเรามากว่า 100 ชนิด โดยมันมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน การสังเคราะห์โปรตีน การสังเคราะห์ดีเอ็นเอและการสมานแผล พืชอาหารของคนในปัจจุบันก็มีจำนวนสังกะสีลดน้อยลงกว่าในอดีตเกือบสามเท่าตัว ประกอบกับร่างกายก็ไม่มีระบบการกักเก็บสังกะสีเป็นการเฉพาะเลย ทำให้ในเวลาจำเป็นรีบด่วนที่ต้องการใช้แร่ธาตุสังกะสี การเร่งการสมานแผลจึงขาดแคลนธาตุสังกะสี จำเป็นต้องเติมแร่สังกะสีเข้าไปที่บริเวณบาดแผลโดยตรง ซึ่งเราพบว่าเกลือสังกะสีบางชนิดสามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดี ในผิวปกติจะดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ในเวลาเพียง8-12 วินาทีเท่านั้น เมื่อนำเกลือสังกะสีนี้มาผสมกับน้ำสกัดคาวตอง ในส่วนผสมของเจลทาแผลที่ผิวหนังหลังเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้ลดอาการอักเสบได้เร็วมาก แผลมีการซ่อมแซมตัวเองเร็วขึ้น เนื่องจากสารสกัดสมุนไพรพลูคาวที่เตรียมได้มีสารกลุ่มแบคทีริโอซิน ที่ทำงานคล้ายสารปฏิชีวนะ และช่วยเสริมฤทธิการปลดปล่อยสังกะสีอิออนออกจากตำรับเจลเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น  สามารถลดระยะเวลาการอักเสบ (inflammatory)  ระยะเวลาการเจริญ (proliferative) และระยะเวลาการปรับรูปร่าง (remodeling)ลงได้มาก โดยเฉพาะช่วงระยะเวลาการอักเสบของแผลที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการทรมานจากพิษของบาดแผล การทาเจลจะลดการเจ็บปวดลงได้เร็วขึ้น

 

 

 

 

อีกกรณีหนึ่ง เป็นแผลที่เกิดจากน้ำร้อนลวกที่เท้าของเด็กนักเรียนหญิง อายุ 14 ปีคนหนึ่ง ความรุนแรงของการทำลาย เป็นระดับสาม คือความร้อนของน้ำได้ทำลายลึกถึงหนังแท้ ซึ่งปกติแผลจะหายช้ามาก เนื่องจากเส้นเลือดฝอยที่มาหล่อเลี้ยงผิวหนังถูกทำลาย เนื้อเยื่อตาย เกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสในบริเวณที่เกิดเหตุ แพทย์ผู้ทำการรักษาบอกกับผู้ปกครองในวันที่สามหลังเกิดอุบัติเหตุว่า อีกสองวันหากน้ำผสมวุ้นที่เกิดใต้ผิวหนังที่พองน้ำไม่ยุบ ก็จำเป็นต้องคว้านเอาเอาวุ้น(ตามรูปที่ )ออก อาจจำเป็นต้องคว้านให้ลึกเพื่อนำเอาส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อที่ตายออกให้หมด แผลจะได้ไม่ติดเชื้อ ทำให้พ่อแม่เด็กเป็นทุกข์ใจมาก ได้ติดต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพฯ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็น่าจะสูงนับแสนบาท แต่เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กได้มีโอกาสใช้เจลที่ผมได้พัฒนาทาแผลทดลองร่วมกับการรักษาจากแพทย์ประจำตัวจากโรงพยาบาลเดิมไปเป็นการแพทย์ทางเสริม ซึ่งเมื่อเริ่มทาเจลในวันแรก(รูปที่ 2) ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนก็บรรเทาลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ นาทีแรก ทำให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองเกิดความมั่นใจที่จะใช้เจลรักษาแผลต่อ ในวันที่ ของการทาเจลที่แผล ผู้ปกครองได้ใช้เข็มฉีดยาเจาะผวที่พองน้ำ เพื่อระบายน้ำออก(รูปที่ 3) และในวันที่ ของการทาเจล(รูปที่ 4) เมื่อตัดหนังหุ้มที่ตายออกไปแล้ว จะเห็นเส้นเลือดฝอยที่สมบูรณ์จำนวนมากที่ชั้นหนังแท้ โดยไม่มีร่องรอยของหนองเลย ผู้ปกครองบอกว่าได้ระดมทาเจลที่แผลให้ผู้ป่วยวันละ 5ครั้ง ซึ่งการทาแต่ละครั้งจะมีความรู้สึกแสบครั้งแรกนิดหน่อยแต่หลังจากนั้นก็รู้สึกเย็นสบายผิว แต่หลังจากทาเจลที่แผลที่เป็นผิวหนังเปิดนี้แล้วปรากฎว่าเจลได้ถูกดูดซึมเข้าผิวหนังอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ผลตอบรับที่ดีจากการใช้เจล ผู้ปกครองก็ไม่ได้พาผู้ป่วยไปพบแพทย์อีก แต่ใช้เจททาแผลพร้อมกับกินยาสมุนไพรแคปซูลพลูคาวไปในขณะรักษาแผล ทำให้ในวันที่ 7, 14, 23 และ 30 ของการรักษา(รูปที่ 4,5,6 และ 7) แผลก็แห้ง ไม่เจ็บแผล สามารถสวมถุงเท้าและรองเท้าไปเรียนหนังสือได้อีกครั้งหนึ่ง

 

 

******** สั่งซื้อสินค้า โทร 053-255229 หรือ 088-2671118

สอบถามเพิ่มเติม >> E-mail : herborgthailand@gmail.com